วันอาทิตย์ตรงหัว !!!!!
| April 26th, 2010 | Tagged: high temp in BKK | No Comments »
ไทยโพสด์เอ็กซ์ไซท์ ฉบับที่ 4912 13-14 เมษายน 2553
ได้ลงเรื่องอากาศร้อนๆ ที่จะมาถึงในเดือนเมษายน ของ
ประเทศไทย และ กทม. ……
“ปีนี้ร้อนสุด่โหด 26 เมษายน ระวังอาทิตย์ตรงหัว”
ผู้อำนวยการ สถาบันดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) กระทรวง
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า วันที่ 26 เมษายนนี้
เวลา 12.00 น. กทม. จะเกิดปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์โคจร
ในมุมตั้ง่ฉากกับศีรษะพอดี เป็นช่วงที่พลังงานจาก
ดวงอาทิตย์เข้มข้นมากทีสุดในรอบปี พื้นที่ กทม.
อาจมีอุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส “
ไม่สนใจคงไม่ได้นะ…โดยเฉพาะชาว กทม. ซึ่งปัจจุบันต้องอยู่ท่ามกลางบรรยากาศ
ที่ไม่พึงประสงค์ .จากการชุมนุมของ นปช. (พวกเสื้อสีแดง) ที่ชุมนุมมาตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค.53
เพื่อเรียกร้อง ให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้ยุบสภาพื้นที่ชุมนุม สะพานผ่านฟ้า
ลีลาศ ถนนราชดำเนิน และบริเวณแยกราชประสงค์ จุดประสงค์ เพื่อ "โค่น รัฐบาล อำมาตย์
ยุบสภา ระหว่างที่มีการชุมนุมฯ ก็จะได้ข่าวคราวการยิง M79 สถานที่ที่ ชาว นปช. ปรารถนา
นอกเหนือจากนั้น มีการปิดกั้นไม่ให้ผู้คน สัญจรได้อย่างสะดวกดังที่เคยปฏิบัติมา และ นปช.
ยังใช้อำนาจ ตรวจค้นกระเป๋า และรถผู้ที่จำเป็นต้อง สัญจรผ่านบริเวณข้างเคียงที่ นปช. ชุมนุม..
ท่ามกลางข่าวการสร้างความรุนแรง จากกลุ่ม นปช. ออก มาอย่างต่อเนื่อง…. และวันที่
26 เมษายน ก็มาถึง
26 เมษายน 2553 พร้อมแล้วค่ะ ที่จะได้ผจญกับอากาศที่ร้อนสุดๆ ใน กทม.
กลับจากเดินช่วงเช้า ประมาณ 8 น.เศษ ..ก็รดน้ำต้นไม้ดอกบริเวณบ้าน ผ่านช่วงที่มีแดด เอ๊ะ !!!
วันนี้รู้สึกแดดร้อนเป็นพิเศษ คงไม่ได้อุปทานไปนะ อยากรู้เหมือนกันว่า วันนี้อุณหภูมิเท่าไหร่นะ
ก็ทดลองซิ… จัดการวางเทอร์โมมิเตอร์ หลายๆ จุด ได้ผลดังนี้ค่ะ ……
13.45 น. - วางเทอร์โมมิเตอร์ บริเวณลานจอดรถ มีแสงแดด วางไว้ประมาณ 5 นาที่ ไม่น่าเชื่อ
อุณหภูมิขึ้นถึง 45 องศาเซลเซียส มิน่าล่ะ เวลาผิวสัมผัสกะแดด แสบเลย และรูปขวา สภาพท้องฟ้า
ขณะนั้น ฟ้าสดใสเขียว
14.15 น. - บริเวณระเบียงหน้าบ้านใต้กันสาด อุณหภูมิ ลดลงเหลือ 36 องศาเซลเซียส
14.30 น. - ภายในบ้าน เปิดพัดลมขาตั้ง 2 ตัว อุณหภูมิ 34 องศาเซลเซียส
เห็นขีดอุณหภูมิขึ้นไปทีเลข 45 แล้ว… หันไปดูไม้ดอกบริเวณบ้านซิ ว่าจะอยู่กันอย่างไร …
ดอกบัว 2 สี มันบานยิ้มท้าทายแสงแดดอย่างไม่หวั่นไหว ไม่แสดงอาการปวดแสบปวดร้อน
เหมือนผิวมนุษย์เลย …รูปกลาง … กุหลาบนางฟ้า กระถางนี้ ซื้อมาจากสนามหลวง 2 เมื่อ
16 ม.ค.53 ช่วงนั้นอากาศยังสบายๆ คนขายบอกว่า ต้นไม้ชนิดนี้ชอบอากาศเย็น ตอนซื้อมามีดอก
เหมือนกัน ยังจำได้ต้องประคมประงม รดน้ำด้วยวิธีฉีดน้ำฝอยๆ ให้ เพราะคนขายบอกว่า ต้นนี้
ไม่ชอบน้ำ ซื้อมาได้ไม่ถึง 1 สัปดาห์ ดอกและใบก็เฉา อุตส่าห์ดูแลอย่างดีแล้วนะ พอดอกเฉา
หมดก็ลองรื้อมาปลูกใหม่ เปลี่ยนดินและใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ตราขวัญดิน (ของลุงจำลอง) และรดน้ำ
ให้ชุ่มทุกเช้าแทนฉีดฝอยทนุทะนอม วันเวลาผ่านไป… เอ๊ะมีใบใหม่ที่สมบูรณ์ค่อยๆ ขึ้นมา
แทนที่ใบเก่าที่ล่วงหล่นไป … กลางเดือนเมษา ดอกตูมค่อยๆ โผล่มาให้เห็น ไชโย !!!!
ปลูกได้แล้ว แถมดอกเต็มต้น พอลูกด้ายเห็น ก็บอกว่า แม่ปลูกได้แล้ว จะซื้อกุหลาบน่างฟ้า
สีอื่นมาให้ปลูกอีก…555 ส่วนภาพสุดท้าย ..ต้นใบเตย.. ปลูกโดยแช่ในอ่างปลาหางนกยูง
ให้อยู่แบบพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ระหว่างต้นไม้กับสัตว์ ….
ชมต้นไม้ของเพื่อนบ้านในซอย
| January 20th, 2010 | Tagged: Fern, Lady Margaret | 1 Comment »
กลับมาแล้วค่ะ ก่อนอื่น..ขอกล่าวคำว่า “สวัสดีปีใหม่ 2010” แม้ว่าจะล่วงเลยวันปีใหม่มา 20 วัน
แล้วก็ตาม ระหว่าง 2-3 เดือนที่หายไป ได้ลองลำดับเหตุการณ์ ตั้งแต่ กันยายน 2009 :
| 9-10 Sep. | At Don Hoi Lot (ได้เล่าแล้ว) |
| 4 Sep. – 7 Oct. | Third time in New York |
| 17-18 Oct. | Para Rubber farm |
| 20-24 Oct. | Para Rubber farm |
| 7-8 Nov. | Para Rubber farm |
| 28 Nov. – 1 Dec. | Para Rubber farm |
| 17 – 30 Dec. | Aunt’ Bowling admit to Sikarin Hospital |
| 31 Dec. | Family’ New Year Party |
| 11 Jan. 2010 | RMNI’ Party |
เรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย. 2009 เป็นต้นมา จะทะยอยเล่าให้ฟัง สำหรับวันนี้
ขอพาไปชื่นชมความงดงามของหลากหลายพันธุ้ไม้ดอกที่แข่งกันชูช่อออกดอกของเพื่อนบ้าน
ในซอย ท่ามกลางบรรยากาศที่รับรู้ได้ว่าเย็นลงนิดหน่อย …. 55555
พันธู้ไม้แรกที่จะเสนอ ….เป็นพันธุ์ไม้เลื้อย เจ้าของปลูกให้มันเลื้อยติดกำแพงรั้ว เวลาชับรถผ่าน
ดอกอะไร ?? สีแสดสดุดตาจัง มื่อวานเลยตามไปดู พอไปดูใกล้ๆๆ
ยิ่งพิศยิ่งสวย ไม่เคยเห็นมาก่อน เจ้าของบ้านบอกว่า เธอชื่อ
“Lady Margaret” เป็นพันธุ้ไม้ต่างแดน มิน่าจึงบานให้เชยชมช่วง
อากาศเย็นเท่านั้น ค้นจาก Internet ได้ข้อมูลเพิ่ม เกี่ยวกะ สาวน้อย
Lady Margaret เธอมาจากตระกูลนี้ค่ะ
Family: Passifloraceae (pas-ih-flor-AY-see-ee) (Info)
Genus: Passiflora (pass-iff-FLOR-uh) (Info)
Cultivar: Lady Margaret
http://davesgarden.com/guides/pf/showimage/30606/
ผ่านไปหนึ่งพันธุ์ … เดินดูต่อนะ เป็นพันธุ้ไม้เลื้อยเหมือนกัน ชื่อ “แก้ว
เจ้าจอม”
ลำต้นและกิ่งอ่อนช้อยเหมือนลายภู่กันจีนเขียน ใบเล็กๆน่ารัก
แต่ยังไม่โชว์ดอกให้เห็น ไม่เป็นไร ขอ Search จาก Internet
ล่วงหน้า … เจอแล้ว ดอกสีสวยสีน้ำเงินม่วง
แต่ละดอกมี 5 กลีบ เกสรสีเหลือง ทำให้อยาก
ให้เห็นดอกจริงมากขึ้น สำหรับที่มาของ
ต้นไม้พันธุ้นี้ ……
ชื่อวิทยาศาสตร์ Guaiacum officinale linn
ตระกูล Zygophyllaceae
ชื่อสามัญ Lignum Vitae
ถิ่นกำเนิด อเมริกาใตและหมู่เกาะอินดีสตะวันตก
ไว้ให้เห็นดอกจริงๆ จะถ่ายมาให้ดูนะคะ
ไม้เลื้อยสองพันธุ์ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เห็นจากนอกรั้วบ้านนะ …. เหยียบผ่านประตูรั้วเข้าไป
ก็จะเห็น … “เฟินชายผ้าสีดา” ได้ศึกษาจาก web…….
http://www.fernsiam.com/FernWorld/Taxonomy/Polypodiaceae/Platycerium/
เฟินสกุลชายผ้าสีดา (Platycerium) แต่ละภาคของประเทศไทย เรียกชื่อเฟินไม่เหมือนกัน …
ภาคใต้เรียก "ชายผ้าสีดา" ภาคอีสาน เรียก "กระเช้าสีดา" หรือ"สไบสีดา"
ภาคเหนือเรียก "ห่อข้าวสีดา" หรือ "หัวเฒ่าย่าบา"
เฟินอีกชนิดที่เห็นโดดเด่นอยู่บนกิ่งต้นมะม่วงหน้าบ้าน
เพื่อนบ้านบอกว่าชื่อ “เฟินหูช้าง” (Platycerium holttumii)
มนุษย์เรานี้ช่างตั้งชื่อพืชพันธุืไม้จริงๆ…ลองดูซิ เหมือน
หูช้างไม๊ รูปที่เอามาลง ถ่ายจาก 2 มุม ซ้าย-ขวา
ความสว่างของรูปเลยแตกต่างกัน
ทั้งเฟินชายผ้าสีดา และ เฟินหูช้าง เจ้าของคงปลูกไว้
นานหลายปีนะ ดูจากใบชายผ้าริ้วห้อยสยายลงจรดพื้นเลย….
เฟินชายผ้าสีดาถ่ายให้ดูมุมทั้งด้านหน้า-หลัง และใบกาบ
สีน้ำตาลมันว๊าบเลย หากสนใจเรื่องเฟินๆๆ ศึกษาเพิ่มเติม
ได้จาก web นะคะ
ไม้ดอกอีกพันธุ์ที่อดเอามาอวดไม่ได้ ในซอยปลูกกัน
หลายครัวเรือน ชื่อของเธอ “สร้อยระย้า” หรือ
“สร้อยสายเพชร” ปกติช่วง..ปลายปี หรือ อากาศเย็น
จะเห็นช่อดอกสร้อยระย้าสีขาวห้อยเต็มต้นเลย สวยจัง…
ได้ชมต้นไม้หลายพันธุ์ที่เพื่อนบ้านปลูกกันในซอยแล้ว
ชื่นใจนะ … วันนี้ ขอจบเรื่องชมพันธุ้ไม้ดอกเท่านี้ก่อนนะคะ …
เจอกันใหม่ คราวหน้าเรื่องยาว Third time in New York !!
เรื่องนี้คงต้องขอความช่วยเหลือจาก เข็ม และ กิฟ …
เตรียมตัวไว้นะ …5555555555555555555
Don Hoi Lot – Amphawa II (At Na plai phong phang Resort)
| October 31st, 2009 | 1 Comment »
9 กันยายน 2552
เดินชมสินค้าพื้นเมืองที่วางจำหน่ายริมชายหาด ดอนหอยหลอดแล้ว ไม่เสียเปล่าได้..
ปูม้าเนื้อแน่นที่ต้มแล้ว (คนขายเลือก) ติดมือไปเป็นมื้อเย็นที่รีสอร์ท 3 ตัว ดูเวลาบ่าย 4 โมง
กว่าแล้ว แต่แดดยังจ้าจนผิวแสบเลยล่ะ .. ขอหลบแดดไปพักที่รีสอร์ทดีกว่า ….
ขับไปตามแผนที่ ตาม web นี้ http://naplaiphongphang.com/pcontact.html เส้นทาง
เข้ารีสอร์ทต้องเลี้ยวหลายเลี้ยว บางช่วงเป็นถนนลูกรัง ข้างทางเป็นป่า - สวนมะพร้าว นั่น..เห็นแล้ว
ณ ปลายโพงพางรีสอร์ท …….
ตั้งชื่อรีสอร์ท ตามชื่อตำบล “ปลายโพงพาง”
ภายในบริเวณรีสอร์ท เห็นสำนักงาน และบ้านพัก
เรียงติดคลอง “คลองประชาชมชื่น”
บ้านพักแต่ละหลังตั้งชื่อตามวัสดุที่นำมาก่อสร้าง… บ้านที่ติดสำนักงาน (ภาพขวาสุด) เป็นบ้าน
ที่ไปพัก ชื่อ ”บ้านปูน” ถัดไป “บ้านเขียว” (ทาสีเขียวทั้งหลัง) “บ้านอิฐ” “บ้านไม้เก่า”
“บ้านไม้เดิม”ฯ
บรรยากาศวันที่ไปพักช่างเงียบสงบจริงๆ โดยเฉพาะกลางคืนจะเห็นแสงจากสำนักงานและ
บ้านปูน ที่เราไปพักเท่านั้น… บริเวณอื่นๆ มืดสนิทคะ… เจ้าของรีสอร์ทบอกว่า หากเป็นวันสุดสัปดาห์
คึกคักมาก บ้านไม่ว่างเลย แต่บรรยากาศเงียบและมืดไร้แสงก็ดีนะ ทำให้เรามีโอกาสเห็นแสงระยิบ
ระยับจากหิ่งห้อยตัวน้อยที่มีอยู่อย่างปะปรายบนยอดต้นไม้สูงๆ ไง…
หลังจากชะเง้อจ้องหาหิ่งห้อยบนยอดต้นไม้จนเมื่อยคอแล้ว ก็ได้อิ่มอร่อยกะอาหารเย็นฝีมือ
แม่ครัวรีสอร์ท ….. กุ้งชุบน้ำปลา (อาหารโปรดด้าย) กุ้งหลนผักสด ปลาทู น้ำพริกกะปิ และที่ขาดไม่ได้
ปูม้าเนื้อแน่นจากดอนหอยหลอดไง… เนื้อแน่นและสดจริงๆ
Don Hoi Lot – Amphawa I
| September 13th, 2009 | Tagged: Amphawa, Don Hoi Lot, Seafood Restaurant | 2 Comments »
เที่ยงวันพุธที่ 9 กันยายน 2552 ออกเดินทางจากบ้านประชาชื่น จุดหมายปลายทาง
–> ดอนหอยหลอด - อัมพวา จ.สมุทรสงคราม และพัก 1 คืน ณ รีสอร์ท ปลายโพงพาง
ที่ลูกด้ายจองบ้านพักไว้ล่วงหน้าแล้ว เมื่อ 1 อาทิตย์ที่ผ่านมา…..
การเดินทางด้วย Tiida … อย่าเข้าใจผิดนะ ว่าแม่ กะ- ลูกจะขับกันไปเอง 555
ออกจากบ้านก็ไปแวะรับเพื่อนพี่ด้าย.. พี่บ๋อมนั่นเอง.. หลังเปลี่ยนมือขับแล้ว พี่บ๋อมก็ขับขึ้น
ทางด่วน - ลงดาวคะนอง - มุ่งสู่ดอนหอยหลอด แต่ติดขบวนเสด็จหน่อย กว่าจะถึงจุดหมาย
ก็บ่าย 2 โมงเศษ ขับไปเห็นร้านอาหารเรียงรายตลอดริมชายหาด ..แต่ละหน้าร้านมีคนยืน
กลางถนนบ้าง ริมถนนบ้าง โบกให้รถที่ขับผ่านให้แวะร้านของตน มิกลัวรถเฉี่ยวชนเลย ….
![]()
ในฐานะที่อาวุโสสุด ขอเลือกร้านลุงขันธ์ ..ร้านนี้ตั้งอยู่ริมถนนเป็นร้านอาหาร
ร้านแรกที่ขับผ่าน..ประกอบกะเหตุผลที่บอกลูกด้ายว่า “แม่เคยแวะมากินหอยหลอดผัดฉ่า
แถวนี้แหละอร่อยดี ชื่อร้านลุง ???? อะไรจำไม่ได้แล้ว … ลุงขันธ์หรือไม๊นะ ลองชิมดูไม๊”
5555 … ทุกคนเห็นด้วย แม้ใจอยากได้บรรยากาศก็ตาม .. พอนั่งโต๊ะ แม่ก็สั่ง
หอยหลอดผัดฉ่า ส่วนด้ายก็เลือก อาหารโปรด..ปลาหมึกราดมะนาว หอยนางรมสด
แถมด้วยปลาทอดราดน้ำปลา อาหารทุกจานไม่ทำให้ผิดหวังเลย ปกติจะพยายามเลี่ยง
ปลาหมึก แต่ปลาหมึกมะนาวจานที่สั่งมาได้ชิมไป 2 ชิ้น ..สด รสชาดดี.. อดไม่ได้ต้อง
ขอเพิ่มอีก 1 ชิ้น ทุกคนอร่อยกะอาหารที่สั่งมาจนเรียบทุกจาน ..และดีใจที่ได้ยินลูกด้าย
บอกว่า “กินปลาหมึกที่นี้แล้ว ต่อไปจะไม่คิดจะกินปลาหมึกย่างหน้า Bon Mache อีกเลย”
..55555
หลังท้องตึง ก็ชวนกันไปเดินเล่นบริเวณชายหาดหมู่บ้านฉู่ฉี่ ตำบลบางจะเกร็ง
จะลงไปสัมผัสหาดทรายไม่ได้นะ …. 555 หาดมีลักษณะเป็นดินปนทราย (ชายบ้านเรียก
ทรายขี้เป็ด) เป็นที่อาศัยของหอยหลากหลายชนิด โดยเฉพาะหอยหลอดมีมากที่สุด
หมู่บ้านฉู่ฉี่ เป็นที่ตั้งศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และมี่สินค้าพื้นเมืองวางจำหน่าย
เข้าสักการะพระบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ “พระบิดาแห่งกอง
ทัพเรือไทย” ก็เดินผ่าแดดอันแรงกล้าไปบริเวณที่จำหน่ายสินค้าพื้นเมือง ลูกด้ายตรงดิ่ง
ไปที่รถเข็นขายเครื่องดื่ม “ขอชาเย็นค่ะ” 55555 ได้ชาเย็นไปค่อยยังชั่ว ก่อนกลับได้
ปูม้าตัวผู้ เนื้อแน่น 3 ตัว กลับไปเป็นอาหารเย็นด้วย อร่อยหรือไม่… โปรดติดตาม
Don Hoi Lot – Amphawa II
ชมบ้าน.. 23-2 หมู่บ้านอนันตธารา
| September 1st, 2009 | Tagged: House | 2 Comments »
เผลอแป๊บเดียว …เดือนสิงหาคม ก็ผ่านไปอีก จนเขียนเรื่องลงไม่ทัน… อันที่จริง
วันเวลามัน ก็เดินตามปกตินะ อาจเป็นเพราะตัวเราบริหารเวลาไม่เป็น หรือไม่ก็..เมื่อคนเราอายุ
มากขึ้น การทำงานช้าลง … สัจธรรมของสัตว์โลก … แต่ยังไงเดือนใหม่กันยายนนี้ จะไม่ให้
พลาดต้องมีเรื่องเล่าให้ฟัง …ตามมาเลยคะ… ย้อนอดีตไปวันที่ 22 สิงหาคม 2552 ไปเยียม
บ้านเลขที่ 23-2 พร้อมๆ กัน …..
ขับรถผ่านป้อมยาม ก็แจ้งให้ รปภ.ประจำป้อมว่า จะไปบ้านเลขที่ 23-2 หรือบ้านหมอวิทวัส
พร้อมแลกบัตร ยื่นบัตรประจำตัวประชาชนให้ รปภ. ก็จะให้บัตรผ่าน ขับไปตลอดข้างทางใน
หมู่บ้าน จะเห็นต้นหูกระจงยืนแผ่กิ่งก้าน-ใบสีเขียวเล็ก ร่มรื่นจริง ประมาณ 300 เมตร ก็ถึง
บ้านเป้าหมาย มีต้นหูกระจงอยู่หน้าบ้านด้วย จอด Tiida ตรงถนนหน้าบ้าน ตรงประตูรั้ว
เจ้าของบ้านตัวน้อยออกมาต้อนรับ ….555555
![]()
จอดรถเรียบร้อย เข้าบ้านกัน ก่อนถึงประตูบ้าน เดินผ่านที่จอดรถ
เอ๊ะ เอ๊ะ !!!!
ลู่วิ่งออกกำลังกายยืนตระหง่านพร้อมให้ เจ้านาย
มาใช้เพื่อลดพุง ไม่รู้ว่าเจ้านายของมันจะรับรู้ความปรารถนาดีของมัน
หรือเปล่านะ 555 แต่ที่แน่ๆๆ —> มองไปซิ ใครกำลังนอนเอกเขนก
อย่างสบายอารมณ์อยูโน้นไง 5555
เดินรอบบ้านก่อนดีกว่า…………..
|
ภาพซ้ายสุดเป็นมุมติด |
ผ่านประตูสีส้มก็ถึงห้องคร้ว![]()
![]()
เจ้าเลบอก ยายนีว่า “สีสรรกระเบื้องผนังห้องครัว เลเลือกเองนะ” เป็นไงล่ะ พ่อกะลูก ครู่นี้ ……. เดินผ่านประตูสีเขียวตอง อันสดใสไป
สู่ห้องอาหาร
|
|
ร่วมด้วยช่วยกัน พับเสื้อผ้า
|
จากห้องนั่งเล่น—> ไปสู่ระเบียงหน้าบ้าน
ภาพกลางล่างเป็นทางเชื่อมระหว่างระเบียงกับ
ที่จอดรถ มีม่านธรรมชาติสีชมพู
รากของต้นไม้ที่ย้อยลงมา
ส่วนภาพซ้าย..
สวนสไตร์ธรรมชาติจริงๆ
ภาพเด็ด … เป็น ![]()
“ห้องน้ำกลางแจ้ง. creative ใหม่สุดของเจ้าของบ้าน หาก้อนหิน โซนสีส้ม มาปูพื้น ทำแล้วได้ผลเกินคาด เด็กบางคน…”ที่ปฏิเสธการอาบน้ำ” พอมาถึง
ห้องน้ำกลางแจ้งรีบถอดเสื้อ จับฝักบัวอาบน้ำกันสนุกสนาน….. 55555
วัดป่าเชิงเลน… วันป่ากลางกรุง
| July 28th, 2009 | Tagged: new Sala, wat | No Comments »
25 กรกฎาคม 2552 : ลูกด้ายชวนไปวัดป่าเชิงเลน…. ก่อนไปบ้านป้าโบว์ลิ่ง รีบตกลงทันที ตื่นนอนเช้าหุงข้าวเพื่อไปใส่บาตร สำหรับอาหาร และขนมไปเลือกซื้อจากตลาดประชานิเวศน์ ตามระเบียบ เช้านี้รถติดพอควร ไปถึงวัดมาณ 8.30 น. ได้เวลาใส่บาตรพอดี ผู้ที่มาวัดนี้โชคดีได้ทำวัตรเช้าและนั่งสมาธิกัน ทำให้จิตใจแจ่มใส เบิกบาน
จริง …… ความที่ไม่ได้มาวัดนานร่วม 2 เดือน มาวันนี้ บรรยากาศรอบๆ วัดเปลี่ยนไป โดยเฉพาะศาลาฟังธรรมที่สร้างใหม่เสร็จแล้วด้วย เป็นศาลาที่ออกแบบได้ดีทีเดียว ได้ถ่ายภาพมาให้ชมและคงไม่แคล้วต้องผ่านการทำเป็น panoramic photo อีกเช่นเคย
Panoramic photo !!!!
| July 6th, 2009 | Tagged: lesson, panoramic photo, windows live photo gallery | 1 Comment »
1 กรกฎาคม 2552 : สืบเนื่องมาจากภาพ แปลง 106 ไร่ : แปลงทดลอง ใน Para Rubber Farm I ที่ Publish เมื่อ June 19th, 2009 ลูกเข็มแซวแม่ว่า ถ่ายรูป panorama ด้วย แม่โม้ทันที … “เป็นภาพที่สร้างด้วย photoshop ลูก” … 5555 ทำเอาลูกเข็มงง !!! แต่ขอ บอก…. คนที่ไม่ชำนาญอย่างเรากว่าจะต่อและตบแต่ง ให้ภาพดูกลมกลืน 1 ภาพ ต้องเสียเวลามากโขเลย …. ลูกเข็มคงรู้ปัญหาของแม่ จึงแนะให้แม่ลองมาใช้ Windows Live Photo Gallery สร้างภาพ parorama แทน ได้ทดลองใช้แล้ว !!! ทึ่งในความสามารถ ของ program จริงๆ … User เพียงแค่ click ภาพ และสั่งให้ Program ทำ ชั่วแว๊บเดียวก็ได้ภาพ panorama สมใจนึก …..
ผู้ที่สนใจ … ต้องการสร้างภาพ panorama บ้าง สามารถ Download Program
“ Windows Live” ได้ที่ –> http://get.live.com
ภายใน Windows Live ประกอบด้วย 5 program ย่อย แต่ละ program น่าสนใจ ลองใช้ดู !!!!
วันนี้ ขอแนะการทำภาพทั้ง 7 ภาพ ล่างมาทำเป็นภาพ panorama โดยใช้ Windows live photo Gallery
ภาพที่ 5 ได้ภาพ panorama ที่ Windows Live รวมภาพ จึงต้องจัดการตบแต่งภาพบน Photoshop ตัดภาพให้ดูเรียบร้อยขึ้น ดังภาพล่าง ภาพล่าง : การสร้างภาพ panorama ด้วย windows Live มีข้อจำกัด หากภาพที่ถ่ายมาในระยะ ใกล้ เช่น ห้องสี่เหลี่ยมภายในบ้าน ภาพ panorama ที่สร้างเสร็จ จะคาดเคลื่อน จากสิ่งที่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งอาจต้อง ปรับเปลี่ยน ไปใช้ photoshop จัดการ แทน
จะเห็นมีส่วนบนที่เป็นสีดำซึ่ง program ไม่สามารถนำภาพมาจัดการได้
![]()
คั่วกลิ้งหมูสับ !!!!
| July 4th, 2009 | Tagged: Food, Thai food | 2 Comments »
คืนวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2552 ช่วงเวลา 21.30 – 22.30 น. คุณอัญชะลี ไพรีรัก จากรายการ โต๊ะข่าว โต๊ะข้าว ทางช่อง ASTV ได้พาผู้ชมรายการไปร้านมัลลิกา ซอยรางน้ำ http://www.yingsakfood.com/restaurantDetail.php?id=15 เจ้าของร้านเป็นแม่ยกพันธมิตรและเป็นคนใต้ จึงได้สาธิตการทำอาหารภาคใต้ 2 อย่าง … แกงส้ม และ คั่วกลิ้ง …. ดีใจจัง !!! คั่วกลิ้ง เป็นอาหารโปรด ต้องสั่งทุกครั้งที่มีขาย ณ cafeteria โรงพยาบาลรามาธิบดี แถมขายแพงด้วย คราวนี้ได้สูตรและวิธีการทำแล้ว ไชไย !!!!
30 มิถุนายน 2552 ได้โอกาส กางสมุดบันทึกวิธีการทำคั่วกลิ้ง มาเรียนรู้วิธีการทำคั่วกลิ้งหมูสับ ตำราเจ๊มัลลิกา ซอยรางน้ำพร้อมๆ กัน …..
ส่วนประกอบ - กลุ่มสมุนไพร ประกอบด้วย :
ตะไคร้ (มากหน่อย) / ข่า (ไม่ต้องมาก) / ผิวมะกรูด บริเวณผิวสีเขียวเท่านั้น /ขมิ้น / กระชาย / พริกแดง
(มากน้อยตามที่ต้องการ) / เกลือ / น้ำพอควร : นำส่วนประกอบทั้ง 8 อย่าง ปั่นให้ละเอียด
- กลุ่มเนื้อสัตว์
หมูสับ หรือ หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
การปรุง 1. นำส่วนสมุนไพรที่ปั่นละเอียด และ หมูใส่กะทะ คลุกและ
คั่วให้ทุกส่วนให้เข้ากัน
2. คั่วจนแห้ง ใส่ใบมะกรูดหั่นฝอย - พริกโดด คั่วต่ออีกนิด
3. ได้คั่วกลิ้งหมูสับ 1 จานใหญ่ค่ะ สีสรรเหลืองกว่าของร้านมัลลิกา อาจเป็นเพราะใส่ขมิ้นมากกว่า หรือ เผ็ดน้อยกว่าของร้าน …
คลุกกะข้าวสวยร้อนๆๆ อร่อย & เจริญอาหารด้วยนะ แถมได้
สารต่างๆ จากสมุนไพรด้วย ไม่เชื่อ ลองทำกินดู …… 5555555555
สำหรับสูตรและการทำแกงส้ม ที่ได้จดในสมุดบันทึก จะหาเวลาทำ วันนี้ ให้ดูรูป “ปลาช่อนทอดแกงส้ม” และ “ขาหมูทอดกรอบ” จาก ร้านพิณทอง อาหารโปรดของ ลูกเข็มไปก่อนนะ ……5555555
Para Rubber Farm I
| June 19th, 2009 | Tagged: para rubber, เลย | 2 Comments »
14 พฤษภาคม 2552 : 13.45 น. ออกเดินทางจากประชาชื่น 38 บางซื่อ กทม.มุ่งสู่ อ.ขุมแพ จ.ขอนแก่น ระยะทางประมาณ
429 กม. น้องชายขอช่วยให้ไปดูความก้าวหน้าของสวนยางพารา ที่ ต.หนองเขียด อ.ชุมแพ ระหว่างการเดินทาง โดยเฉพาะช่วง โคราช – ขอนแก่น เจอฝนตกหนักมองแทบไม่เห็นทาง ….เวลา 19.50 น. ก็ถึงที่หมายโดยปลอดภัย…. ต.หนองไผ่ อ.ชุมแพ
จ.ขอนแก่น แวะกินอาหารเย็น —> เข้าพักที่โรงแรมศรีสุพรรณ แกรนด์รอยัล ซึ่งเคยเข้าพักแล้วเมื่อ 13 มกราคม 2552
15 พฤษภาคม 2552 : อาหารเช้า กาแฟ + ขนมปัง 1 คู่ ที่่โรงแรมจัดให้ จากนั้นก็ไปดูบ้านเช่า ดูจากรูปน
ะ
ด้านซ้าย :
บ้านหลังแรกที่ไปดูอยู่ใหนตัวเมือง.. บ้านเก่า 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นคอนกรีด ชั้นบนเป็นไม้เก่ามาก ฝาไม้ด้านหลัง ไม้ผุเป็นรูๆๆ พื้นที่บริเวณรอบบ้านมีหญ้ารกคลุม จะอยู่ได้คงต้องซ่อมมากเหมือนกัน
ด้านขวา : บ้านชั้นเดียวสร้างใหม่ อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 1 กม. ใช้เวลาขับรถเข้าเมืองประมาณ 5 – 10 นาที มีห้องนอนเล็ก และห้องน้ำสัวมเล็ก ในบ้านมี ชุดรับแขก เตียง ที่นอน ตู้เสื้อผ้า ตู้เก็บของไว้ประจำบ้านแล้ว ก
เจ้าของบ้านจะทำหลังคาตรงลานหน้าบ้าน และหลังบ้าน พร้อมติดมุ้งลวด เหล็กดัด สำหรับค่าเช่า 2000 บาทต่อเดือน จึงได้ตกลงจะเช่าบ้านหลังนี้ โดยทำสัญญาเข่า 2 ปี ตั้งแต่ มิย. 52 เป็นต้นไป เจ้าของบ้านขอเงิน 5,000 บาท
ในวันทำสัญญาเพื่อเอาไปทำเหล็กดัด มุ้งลวด เปลี่ยนโถส้วมแบบนั่งยองๆ เป็นแบบโถนั่ง
ติดต่อบ้านเช่าได้แล้ว… ไปดูสวนฯ กันดีกว่า .. จากโรงแรมฯ –> ต.หนองเขียด ระยะทางประมาณ 19.9 กม. พื้นที่เพาะปลูกยางพาราของน้องชาย (ต๋ำ) มีพื้นที่ 470 ไร (5 แปลง) และของน้องสาว (เถาะ) 1 แปลง 35 ไร่ ระยะนี้ฝนตกทุกวัน ทำให้ทางเข้าสวนที่เป็นถนนลูกรังดินแดง ที่เป็นหลุมบ่อมีน้ำขัง ….
2 ภาพซ้าย-ขวา : พื้นที่ประมาณ 100 ไร่ เพื่อให้จำง่ายเรียกชื่อ แปลงเตียง & น้อย (ชื่อเจ้าของเดิม) ต้นยางพาราปลูกมาประมาณ 2 ปี การเจริญเติบโต พอสรุปความสูงดังนี้ :
- ต้นสูงประมาณ 1.50 – 2 เมตร มีไม่ถึง 20% (อยู่ฝั่งภาพขวาเป็นส่วนใหญ่)
- ประมาณ 1 เมตร (60%) และ 3/4 เมตร (20 %) จะอยู่ฝั่งภาพซ้าย
ผู้ที่ดูแลสวน (คนใส่เสื่อสีฟ้า) บอกว่าติดตายางพันธุ์ ครบ 100%
ภาพซ้าย 3 ภาพ : เป็นสวนของน้องสาว (เถาะ)
ภาพซ้ายสุด ต้นยางที่เห็นปลูกจากเม็ด
(ยังไม่ได้ต่อตายางพันธุ์)
ภาพกลาง ไปเดินสำรวจแล้วพบว่าต้นยางยืนแห้งตาย
เป็นส่วนใหญ่ ยังไม่ให้คำตอบจากผู้ดูแลสวนเลยว่า
เพราะเหตุใด !!!!!!
5 ภาพซ้ายชื่อ แปลงทองคำ มีประมาณ 20 ไร่ ปลูกมาเกือบ 2 ปี ต่อตายางพันธุ์ 600 และ ยางพันธุ์ 251 (ภาพซ้ายสุด : พันธุ์ 251 และถัดมาเป็นยางพันธุ์ 600) บางต้นยังมีขนาดเล็ก เพราะต้องตอตายางพันธุ์ ถึง 3 ครั้งจึงจะติด ดังภาพขวาสุด
ภาพบน : แปลง 106 ไร่ ปลูกมาเกือบ 2 ปี ต่อตายางพันธุ์ 600 ได้ประมาณ 20 % ต้นมีขนาดเล็ก สรุปแล้วแปลงนี้ ล้มเหลว และเจ้าของสวนกะว่าจะเอามาทำเองเป็นแปลงทดลอง
มีอีก 2 แปลง คือแปลงไสว-สมภาร และ แปลงไม้สัก ทั้ง 2 แปลงก็ไม่ได้ผล บางแปลงถูกไฟไหม้ บางแปลงมีต้นไม้สักขึ้นเกือบครึ่งพื้่นที่
บ่ายวันเดียวกัน ขับรถจากโรงแรมฯ – > อ.ท่าลี จ.เลย ระยะทาง 177 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม. 48 นาที เพื่อไปดูสวนยางพาราของพยาบาล ร.พ.บำรุงราษฎร์ ซึ่งมีพี่ชายดูแล ปลูกมาประมาณ 2 ปี
ภาพบน จากซ้าย : ภาพที่ 4 สวนยางพาราปลูกบนเนินเขา และ เมื่อเดินเข้าใกล้สวนฯ ภาพซ้ายสุด จะเห็นต้นยางที่ปลูกมาแล้วประมาณ 2 ปี มีขนาดความสูงเท่าๆ กัน เห็นแล้วชื่ีนใจนะ และเดินทางกลับกทม. ในเย็นวันเดียวกัน ถึง กทม. 23.00 น
Veggie Snow fish
| June 19th, 2009 | Tagged: fish | 1 Comment »
บ่ายวานนี้ 18 มิถุนายน 2552 ลูกด้ายชวนไปซื้อวัสดุทำ cake ที่ Macro แจ้งวัฒนะ พอเดินผ่านตู้แช่อาหารสด เหลือบไปเห็นปลาหิมะ บังเอิญได้อ่านจากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2552 เรื่อง “ปลาหิมะกริลล์” เป็นเมนูชอบของคนดัง มีวิธีการทำง่ายๆ โรยเกลือและกริลล์ ก็อร่อยแล้ว และที่สำคัญลูกด้าย ก็ได้อ่านคอลัมน์นี้เหมือนกัน ถามแม่ว่า…กินปลาหิมะเป็นอาหารเช้ากันไม๊ !!!! ก็ดีนะ… ลองชิมดู
ก็เลยหยิบไป 1 pack มี 2 ชิ้น ชั่งได้ 0.356 กก. ราคา 245.75 บาท
ขั้นตอนการทำอาหารเช้านี้ .. ไม่ยุ่งยากโรยเกลือบนปลาหน่อย พักไว้ประมาณ 10 นาที (ไม่ได้กริลล์แบบคอลัมน์ที่อ่านมานะ เพราะไม่มีเครื่อง grill) ประยุกต์เอาไปวางบนกระทะเทฟล่อนที่ไร้น้ำมัน … ทอดๆๆ ไปมีน้ำมันปลาออกมาให้เห็นทอดจนได้กลิ่นหอมและเหลือง ดังรูป
ได้ลิ้มรสปลาหิมะ .. อร่อยจริง เนื้อนุ่ม ที่สำคัญไม่คาว ลองบีบน้ำมะนาวใส่หน่อยก็ดีนะ ได้ปลาหิมะไปคนละชิ้น และโอวัลตินเย็นอีกคนละแก้ว อิ่มเลย… ลูกด้ายเห็นแม่กินปลาหิมะได้ แซวแม่ว่า… คราวหน้าไป Macro แม่คงซื้ออีกมั๊ง …..555555555555







