2nd time in New York
| February 7th, 2009 | Tagged: NY, Travel | No Comments »
7 ก.พ. 2552 12.45 น. ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบิน EVA เครื่อง BR 212 บินจาก BKK – TPE ได้ที่นั่ง H21 และที่นั่งติดกันว่าง -> ขยับไปที่นั่งติดหน้าต่างทันที ชมปุยฝ้ายนอกเครื่องสบายใจดีจัง เครื่องบินขึ้นได้ไม่นาน.. ลูกด้ายและเพื่อนๆ ต่างหมุนเวียนมาทักทาย บริการ..อาหาร - เครื่องดืม - ชานมร้อน จนอิ่มแป้ บินครั้งนี้โชคดีได้เห็นการทำงานของลูกด้าย … ค ล่องแคล่วดี บริการผู็โดยสารบนเครื่องด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม.. ระยะทางสั้นๆ ประมาณ 3 ชั่วโมง และผู้โดยสารไม่เต็ม งานคงไม่หนักมาก หากบินหลายๆ ชั่วโมง + ผู้โดยสารเต็มลำ คงน่าดูนะ และหากเจอผู้โดยสารที่จุ๊กจิกจู้จี้ และขอกินตลอดทาง คงไม่ธรรมดานะ …อิ่มแล้วทำอะไรต่อ …
เปิดดูจอมีอะไรให้ดูบ้าง เห็นหนัง เรื่อง High school Music ของ Walt Disney สนุกดี ..เคยเห็นตัวอย่างจากโรงหนัง หนังยังอยู่ในโรงนี่ เรื่องนี้แหละ ดูไปๆ ยังไม่จบ… เครื่องก็ถึง TPE แล้ว ขณะนี้ เวลา 16.45 น.เวลาไทย และ เป็นเวลา 17.45 น. (Taiwan time) ก่อนเครื่องจะร่อนลง ลูกด้ายแวะมาบอกว่า ลงไปพร้อมกันไม่ได้ ต้องอยู่ทำความเรียบร้อยบนเครื่องก่อน และให้แม่ลงตามคนอื่นไป รอขึ้นเครื่องที่ C5 Gate เครื่อง BR 0032 บินจาก Taipei – Newark (TPE – EWR)
ที่นั่ง 26F อยู่แถวหลัง นั่งกลาง อาจลำบากหน่อย และให้เปิด Mobile ที่ให้ไปด้วย จะโทรหา และ จะติดต่อให้น้องเข็มโทรเข้าด้วย
ลงจากเครื่องก็เดินตามคนอื่นๆๆ ไป ด้วยความงงๆๆ หน่อย พอผ่านประตูทางออก ก็เจอเจ้าหน้าที่ EVA (แต่งชุดสีเขียวแบบเดียวกะลูกด้าย) เข้าไปถามว่า C5 Gate อยู่ไหน เค้าก็ชี้ทางให้ เดินไปเจอหญิงไทย ที่ได้คุยกันระหว่างรอขึ้นเครื่องที่สุวรรณภูมิ ก็เดินคุยกันไป เคัาไปขึ้นเครื่องที่ C6 Gate เพื่อไป Los Angeles (ไปอยู่ LA นานแล้ว เปิดร้านเสริมสวยที่โน้น) พอไปถึงทางแยกต่างคนก็แยกไปที่ Gate ของตัวเอง ที่สนามบินนี้ มีป้ายบอก Gate ชัดเจน ไม่ซับซ้อนเหมือนสุวรรณภูมินะ พอไปถึง C5 Gate มีคนนั่งรอขึ้นเครื่อง ปะปราย มีป้ายที่ประตูแจ้งให้รู้ว่าเครื่อง BR 0032 บิน 19.00 น. มีเวลาเหลืออีกเกือบชั่วโมง ไปเข้าห้องน้ำ และเดินเล่นดีกว่า,,เจอ Airport Terninal Guide บอกชัดเจน
.. ก็เดินไปถ่ายรูปไปจนถึง Gate D นะ .
. มุมที่คิดถึงหนู Keen มากที่สุดที่ Gate C3 ..
Hello Kitty หนู Keen มาคงสนุก…555555![]()
กลับมาที่ Gate C5 เวลา 18.30 น. เค้าก็เปิดประตูให้เข้าไปนั่งรอเครื่องช้างใน ตรวจตั๋ว และขึ้นเครื่อง ไปหาที่นั่้ง F26 ทั้งแถวเป็นผู้ชายหมด F25 เป็นคนไทย จบจุฬาฯ วิทย์คอมฯ มาเที่ยว NY ..เครื่องบินขึ้นได้ประมาณ 1 ชั่วโมง ก็ถึงเวลาอาหาร
F25 F26 F27 F28 F29
เย็น ..curry chicken.. ไม่ค่อยอร่อย กินไม่หมด ตลอดคืน พยายามนอน ,, ก็นอนไม่หลับ ก็พยายามหลับตา พักสายตา และดูหนังสลับกันไป
7 February 2009 8.45 pm : ถึงสนามบิน Neward ก็พยายามเดินออกให้เร็วหน่อย เพื่อไม่ต้องต่อคิวยาว ไปถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองอาจเป็นช่วงกลางคืน คนเข้าแถวรอตรวจก็ไม่มาก เข้าคิวตรวจเป็นคนที่ 5 สบายๆๆ เจ้าหน้าที่ตรวจเป็นฝรั่งผิวขาว ซักพอสมควร ถามว่ามาทำไม พักที่ไหน และ ลูกเป็น Citizen ไม๊ ก็ตอบๆๆ ไป ถามว่าจะอยู่นานเท่าไหร่ ก็บอกว่า ประมาณ 3 wks บอกว่า อยู่น้อยไม่ได้เหนื่อย เดินทางไกล เค้าก็หัวเราะ และบอกว่าใช่ เดินทางไกลนะ และ เขียนๆๆ ส่ง passport คืน … เดินออกไปรับกระเป๋า ไม่ต้องรอเลย กระเป๋าทำสัญญลักษณ์ ผูกริบบิ้น สีบานเย็น และ สีเหลืองสะท้อนแสง เห็นขัดเจน …จากนั้นก็เดินออกไป เห็นคนยืนเรียงเป็นแถว รอรับผู้ที่เดินทางมากะเครื่องบินลำเดียวกันนี้ … พยายามสอดส่ายสายตา มองหา … เข็ม และ กิฟ .. ไร้เงาตามเคย …5555555555555
ลากกระเป๋า 2 ใบ และ เป้ 1 ใบ เดินไปรอบๆๆ ไม่เห็นเลย อาจจะเป็นเพระลงจากเครื่องอาจตาลายนะ … ยืนรอ เจอสาวน้อยคนหนึ่ง น่าจะเป็นสาวแถบเอเซีย ที่แขนมีเสื้อกันหนาวหลายตัว คงเตรียมมาให้ญาติ เห็นถือ Mobile ลองขอใช้ติดต่อหาเข็มดู … สาวน้อยใจดีรีบต่อให้ …. จุดใต้ตำตอ… เข็ม และ กิฟ เดินผ่านประตูเข้ามาพอดี …. 55555555555
ประสบการณ์หม้อน้ำรถยนต์เดือด !!!!!!
| June 5th, 2007 | No Comments »
วันที่ 31 พฤษภาคม 2550 วันนี้เป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนา … วันวิสาขบูชา… และวันหยุดทางราชการ เที่ยงๆๆ จึงมีโอกาสไปรับลูกด้าย ที่สุวรรณภูมิ กลับจาก TPE ขาไปขึ้นทางด่วนไปรับ ขากลับ วิ่งทางเส้นทางพระราม 9 - รัชดา - ดินแดง - วิภาวดี และ ปลายทางที่ The Mall ตั้งใจเอารูปที่ทูลเกล้าถวายเงิน
พระเทพฯ ไปใส่กรอบ ขับได้มาเรื่อยๆๆ ไม่ติดมาก และประมาณ 300 เมตร จะถึง 4 แยกพงเพชร รถก็ติดเป็นแพร ค่อยๆ ขยับได้ทีละคัน 2 คัน และอีกประมาณ 100 เมตร จะถึง 4 แยก ก็รู้สึกว่าอากาศภายในรถไม่ค่อยเย็นเลย ปรับเครื่องปรับให้ทำงานแรงขึ้น และหันไปดูที่หน้าปัดรถ ตกใจ !!!!!!! เข็มความร้อนขึ้นสูงสุดเลย… ทำไงดี… รีบปิดเครื่องปรับอากาศ … เข็มวัดความร้อนยังไม่ลดเลย … ค่อยๆๆ ดับเคร้องรถยนต์ ทันใดนั้น ก็มีชายมาเคาะหน้าต่างรถข้างลูกด้ายนั่ง และบอกว่า คุณๆๆ หม้อน้ำคุณรั่วนะ อย่าขับต่อนะ และแนะนำต่อว่า ไปจอดที่ข้างป้อมตำรวจได้นะ… ซึ่งก็ได้แต่ขอบคุณชายผู้ช่างสังเกตุไป จากนั้นนั่งปรึกษากะลูกด้ายว่าทำไงดี ในขณะที่ดูเบอร์โทรศัพท์ที่เคยบันทึกในโทรศัพท์มือถือ ก็ไม่เจอ และที่สำคัญนามบัตรก็ไม่มี และ palm ก็ไม่ได้เอาติดตัวมาด้วย … ตัดสินใจ พอรถขยับ ก็ขอทางไปจอดข้างป้อมตำรวจ จราจรเดินเข้ามาถามว่า รถเป็นอะไร ก็ตอบไปว่า หม้อน้ำรั่วมั๊ง ความร้อนขึ้นสูง จราจรก็ได้แต่พยักหน้า จึงได้ไปเปิดกระโปรงรถยนต์ เห็นน้ำตรงขวด plastic เดือดปุดๆๆ เลย จราจรเห็นแล้วก็บอกว่า ..ร้อนมากเลยนะ และบอกว่าวันนี้ วันหยุดร้านหม้อน้ำหยุดหมดด้วย 555555555 ไม่ให้กำลังใจเลย ..และบอกต่อว่า หยุดซ่อมตรงนี้ไม่ได้นะ ก็ได้บอกจราจรไป ว่าไม่ซ่อมตรงนี้หรอกค่ะ แต่จะตามช่างรถยนต์ ประจำมาเอาไปซ่อม สุดท้าย ก็ตัดสินใจให้ลูกด้ายนั่งรอในรถ และตัวเองก็ไปว่าจ้างมอเตอร์ไชด์รับจ้างตรง 4 แยกไปส่งที่บ้านเพื่อหาเบอร์โทรศัพท์ติดต่อช่างประจำตัว ก็ช่างหนุ่มไง ท้ายสุดติดต่อได้ และ เพียงไม่ถึง ครึ่งชั่วโมง ช่างหนุ่มก็ไปถึงพอตรวจวินิจฉัยเสร็จ บอกว่าหม้อน้ำไม่รั่วเพราะผมเติมน้ำไปนิดเดียวเองก็เต็มแล้ว ปัญหาคือ พัดลมพัดหม้อน้ำไม่ทำงาน 555555555…. ได้ความรู้อีกแล้ววันนี้ ช่างหนุ่มก็เลยจัดการเปลี่ยนพัดลมสำรองที่เตรียมมาแล้ว ณ บริเวณเกิดเหตุ เพื่อสามารถขับกลับไปอู่ทำการซ่อมแซมต่อไป ระหว่างทีช่างหนุ่มทำการเปลี่ยนพัดลม เรา 2 แม่ลูกรู้สึกโล่งอก เพราะมีอัศวินมาช่วยแล้ว ก็หอบรูปไปร้านใส่กรอบที่อยู่ฝั่งตรงข้ามที่ลูกด้ายบังเอิญเห็น ร้านใส่กรอบนี้เลยโชคดีไปเลย เพราะไปว่าจ้างให้ใส่ตั้งหลายกรอบ จากนั้นกลับมาที่รถ ช่างหนุ่มก็ปรับเปลี่ยนพัดลมเสร็จ ส่วนเรา 2 คน ก็เดินไปหาอะไรๆ อร่อยทานกันที่ The Mall ต่อไป
เล่าเรื่องเช้านี้ !!!
| May 16th, 2007 | No Comments »
16 พฤษภาคม 2550 ตื่นแต่เช้า 04.45 น. เร็วกว่าทุกวัน ตั้งใจตื่นมาทำความสะอาดเช็ดพื้น หลังจากที่ไม่ให้ความสนใจมาร่วมสัปดาห์ และได้ทำสำเร็จตามที่ตั้งใจ กว่าจะได้เตรียมตัวไปทำงานก็ ประมาณ 6.20 น. รีบๆๆ อาบน้ำ และแต่งตัวเสร็จ กว่าจะได้ออกจากบ้านได้ก็เป็นเวลา 6.53 น แล้ว ขับรถออกมา ถึงสามแยกไปประชานิเวศ 1 รถก็หยุดนิ่งสลับขยับได้ทีละคันสองคัน เกิดอะไรขึ้น รถติดอะไรมากมายอย่างนี้ เปิด จส. 100 ฟัง วันเปิดเทอมนั่นเอง ครึ่งชั่วโมงผ่านไป ยังอยู่ 4 แยกประชานุกูล จะทำยังไงดี กลับรถกลับบ้านดีไม๊นะ ข้างหน้ายังเห็นรถยาวเหยียด ลองขับไปดูอีกสักตั้ง ถ้า 7.45 น. รถยังไม่ผ่าน 4 แยกประชานุกูล ก็จะกลับรถกลับบ้านแน่เลย จากนั้นก็สวดมนต์ดีกว่า จะได้ใจสงบลงบ้าง พอหลุดจาก 4 แยกประชานุกูล มองไปข้างหน้ารถก็ไม่ได้ติดมากมายเหมือนเส้นทางที่ผ่านมา เกิดอะไรขึ้น รถลงจากทางด่วนใกล้ ร.พ.เกษมราษฏร์ มันมีอิทธิพลมากนะ รวมทั้งการบริหารจัดการของจราจรด้วย จากเตาปูน ถึง ร.พ.รามาธิบดี ถนนค่อนข้างโล่ง ถึงที่หมาย เวลา 7.50 น. แปลกใจมากเลย มาสายแบบนี้ ที่จอดรถใต้อาคารวิจัยฯ ยังมีที่ว่าง ปกติ 7.30 น. ก็มีป้ายปิดว่าเต็มแล้ว …ฮาๆๆๆๆๆ แต่แน่ๆๆ พรุ่งนี้ จะขอออกจากบ้านนให้เร็วกว่านี้ดีกว่า ขยาดรถติด
เมนูเด็ด : กุ้งตะลุยผงกะหรี่
| March 13th, 2006 | No Comments »
ทนแรงตื้อของเจ้าลูกชายไม่ไหว ก็ต้องทดลองดูว่า เครื่องแกงกะหรี่ ทำอะไรได้บ้าง หลังจากอ่านรายละเอียดจากซอง ก็เริ่มจัดการทันที ….กุ้งตะลุยผงกะหรี่

ส่วนประกอบ - กุ้ง 3 ขีด /พริกหยวก 2 ดอก / หัวหอมใหญ่ 1 หัว /น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ /
น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา/ และที่สำคัญขาดไม่ได้ ก็คือ เครื่องแกงผงกะหรี่ 1 ซอง (10 กรัม)
วิธีการปรุง - เอากุ้งที่ล้างสะอาดแกะเปลือกกุ้ง เหลือส่วนหาง มาคลุกเคล้ากับเครื่องแกงผงกะหรี่ 1 ซอง
ปรุงด้วยน้ำปลา น้ำตาลทราย พักไว้ ประมาณ 15 นาที จากนั้น ใส่น้ำมันในกะทะ ประมาณ 1
ช้อนคาว พอกะทะร้อน ใส่กุ้งที่เตรียมไว้ พร้อม หัวหอมใหญ่ - พริกหยวก (เลือกใส่อย่างใด
อย่างหนึ่งก็ได้นะ) ผัดประมาณ 3 นาที ก็ปิดฝากะทะ อบไว้ประมาณ 1-2 นาที จากนั้นก็
ผัดต่ออีกประมาณ 2 นาที และ ปรุงรสเพิ่มตามที่ต้องการ
กุ้งตะลุยผงกะหรี่ จานนี้ ..Tester พี่ด้าย ชิมแล้ว บอกว่า รสชาดดีค่ะ …..
แพนงหมู อีกรูปแบบ !!!!!
| February 28th, 2006 | No Comments »
เมื่อวาน ได้เวลางัดเอาเครื่องแกงแพนง จากตู้เย็นช่อง Freezer มาจัดการสักที ทำเสร็จจะได้โชว์ให้เข็มดูความเหมือน หรือ แตกต่าง ส่วนผสมที่ใช้ทำแพนงหมู - หมู 1/2 กก. - เครื่องแกง 4 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ - น้ำตาลทราย 1 - 2 ช้อนโต๊ะ แล้วแต่ชอบหวานไม่หวาน
- กะทิ 500 cc 
- ยอดมะพร้าวหั่นแล้ว สัก 1 ถ้วย 250 cc
จ ากนั้น ก็ถึงกรรมวิธีปรุง ใส่น้ำมัน 2 ในกระทะ ใส่เครื่องแกงแพนงไปผัด ไฟอ่อนๆ ประมาณ สัก 2 นาที แล้วใส่หมูที่หั่นเรียบร้อยแล้ว ไปผัดกับเครื่องแกงประมาณ 2 - 3 นาที แล้วปรุงด้วยน้ำปลา น้ำตาลทราย และ ใส่กะทิประมาณ 250 cc ผัดต่อ (ถ้าใช้ผงกะทิ ก็เติมน้ำเปล่า หรือ นมสดแทน) ไฟอ่อนนะ
จน น้ำเกือบแห้ง ให้ชิมดูรสชาด ถ้าต้องการเน้น รสเค็ม หวาน ก็ให้เติมเพิ่มตามที่ต้องการ จากนั้น ให้ใส่ ยอดมะพร้าว ลงไปผัด คลุกให้ทั่ว ผัดนานประมาณ 2 นาที แล้วเพิ่มกะทิที่เหลือ แล้วตั้งไฟทิ้งให้แพนงมีน้ำคลุกคลิก ก็เป็นอันว่าเสร็จ แพนง 2 จาน ..